การรักษานิ่วในไต: ทางเลือกทางการแพทย์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

เมื่อวินิจฉัยพบโรคนิ่วในไต แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยคำนึงถึงขนาด ชนิด ตำแหน่งของนิ่ว รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย วิธีการรักษานิ่วในไตหลักๆ มี 2 วิธี ได้แก่ การรักษาด้วยยา และการรักษาทางศัลยกรรม

1. การรักษาด้วยยา

การรักษาด้วยยามักใช้กับนิ่วชนิดยูริก ซึ่งเป็นนิ่วที่สามารถละลายได้ โดยแพทย์จะให้ยาที่ช่วยปรับสภาพปัสสาวะให้เป็นด่างมากขึ้น สภาพแวดล้อมที่เป็นด่างจะช่วยให้นิ่วค่อยๆ ละลาย มีขนาดเล็กลง และสามารถถูกขับออกจากร่างกายพร้อมกับปัสสาวะได้เอง

2. การรักษาทางศัลยกรรม

ในกรณีที่นิ่วมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถหลุดออกมาเองได้ หรือการรักษาด้วยยาไม่เป็นผล แพทย์จะพิจารณาการรักษาด้วยวิธีการทางศัลยกรรม ซึ่งมีหลายวิธีดังนี้:

2.1 การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy [ESWL])

  • หลักการ: เป็นการใช้คลื่นเสียงความเข้มสูง (Shock Wave) ยิงผ่านผิวหนังเข้าไปยังตำแหน่งของก้อนนิ่ว
  • กระบวนการ: คลื่นกระแทกจะทำให้นิ่วแตกออกเป็นเศษเล็กๆ ซึ่งร่างกายจะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ
  • ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีนิ่วขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร
  • ข้อดี: เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องมีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ ฟื้นตัวเร็ว
  • ที่มาภาพ:https://www.orhanunalzorba.com/en/ta%C5%9F-tedavisi

2.2 การส่องกล้องผ่านทางท่อไต (Flexible Ureterorenoscopy [FURS])

  • หลักการ: เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Scope) สอดผ่านทางท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ เข้าไปยังท่อไต และขึ้นไปถึงในไต
  • กระบวนการ: เมื่อแพทย์มองเห็นนิ่วผ่านกล้อง จะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กคล้ายตะกร้าในการจับและนำนิ่วขนาดเล็กออกมา หากนิ่วมีขนาดใหญ่ จะใช้เลเซอร์ยิงให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน แล้วจึงคล้องเศษนิ่วออกมา
  • หลังการรักษา: แพทย์อาจใส่สายคาท่อไต (Double-J Stent) ชั่วคราว เพื่อช่วยให้ท่อไตเปิดและปัสสาวะไหลจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะได้สะดวก
  • ข้อดี: เป็นวิธีที่บาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว
  • ที่มาภาพ:https://www.eastwesturology.com.au/ureterorenoscopy-flexible

2.3 การผ่าตัดผ่านผิวหนังเพื่อนำนิ่วออก (Percutaneous Nephrolithotomy หรือ PCNL)

  • หลักการ: เป็นการผ่าตัดโดยการเจาะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณครึ่งนิ้วที่บริเวณด้านหลังหรือด้านข้างลำตัว
  • กระบวนการ: แพทย์จะสอดกล้องตรวจไต (Nephroscope) เข้าไปยังโพรงไตที่มีนิ่วอยู่ จากนั้นใช้เครื่องมือใส่ผ่านกล้องเข้าไปขบนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ และดูดเศษนิ่วออกมา
  • หลังการรักษา: แพทย์มักใส่ท่อระบายในไต (Nephrostomy Tube) ไว้เพื่อระบายปัสสาวะออกสู่ถุงภายนอกร่างกายอย่างน้อย 1 คืน หลังการผ่าตัดจะมีการเอกซเรย์ (KUB) เพื่อยืนยันว่าไม่มีเศษนิ่วหลงเหลือ หากยังพบ แพทย์อาจส่องกล้องผ่านท่อระบายดังกล่าวเข้าไปนำนิ่วที่เหลือออก
  • ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับนิ่วที่มีขนาดใหญ่ หรือนิ่วที่ซับซ้อน
  • ที่มาภาพ:https://mentalhealth.networkofcare.org/connecticut/HealthLibrary/Article?docType=na&articleId=zm6113

2.4 การผ่าตัดแบบอื่นเพื่อนำนิ่วออก (เช่น การผ่าตัดแบบเปิด [Open Nephrolithotomy])

  • หลักการ: เป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เพื่อเข้าถึงไตและนำนิ่วออก
  • ความนิยมในปัจจุบัน: วิธีนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีวิธีที่บาดเจ็บน้อยกว่าและมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า
  • ข้อบ่งชี้: แพทย์จะพิจารณาทำเฉพาะในกรณีที่วิธีการรักษารุกรานน้อยอื่นๆ ล้มเหลว หรือไม่สามารถทำได้

สรุป

การรักษานิ่วในไตมีหลายวิธีให้เลือก ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ของผู้ป่วยและลักษณะของนิ่ว การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *