การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด: ประโยชน์และขั้นตอน

การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด (early ambulation) เป็นการกระตุ้นให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายและลุกลงจากเตียงภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวและลดภาวะแทรกซ้อน

ประโยชน์ของการลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด

การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัดมีประโยชน์ต่อระบบสำคัญต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้:

  1. ระบบไหลเวียนโลหิต:
    • ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
    • ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis [DVT]) โดยเฉพาะบริเวณขา
    • ลดการเกิดแผลกดทับ (Pressure Ulcer)
  2. ระบบหายใจ:
    • ช่วยให้ถุงลมปอดมีการขยายตัวอย่างเต็มที่ และการแลกเปลี่ยนก๊าซเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
    • คงไว้ซึ่งการทำหน้าที่ของการหายใจ ไม่เกิดภาวะปอดแฟบ (Lung Atelectasis)
  3. ระบบทางเดินอาหาร:
    • ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดี ลดปัญหาท้องผูกหรือปวดท้องจากลมในทางเดินอาหาร (Gas Pain)
    • ลดภาวะลำไส้เป็นอัมพาต (Bowel Ileus) และช่วยเพิ่มความอยากอาหาร
  4. ระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ:
    • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
    • บรรเทาอาการปวดตึงกล้ามเนื้อจากการจัดท่าระหว่างผ่าตัด

ขั้นตอนของการลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด

การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก คือ 1) การออกกำลังกายบนเตียง (Exercise in Bed) และ 2) การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด (Get Out of Bed)

การออกกำลังกายบนเตียง

เป็นการออกกำลังกายที่ผู้ป่วยควรทำทันทีที่รู้สึกตัว แม้ว่าจะอยู่ในห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ การหายใจเข้า-ออกลึก, การไออย่างมีประสิทธิผล, การออกกำลังกายแขน-ขา และการพลิกตัว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  1. การหายใจเข้า-ออกลึก (Deep Breathing Exercise):
    • หุบปาก สูดลมหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ช้าๆ นับ 1-5 ในใจ
    • เมื่อหายใจเข้าเต็มที่แล้ว ทำปากจู๋และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ นับ 1-5 ในใจ
    • ทำซ้ำอีก 4 ครั้ง
  2. การไออย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Cough):
  3. การออกกำลังแขน-ขา (Extremity Exercise): มีทั้งหมด 5 ท่า โดยเริ่มทำที่ขาขวาก่อนแล้วทำซ้ำที่ขาซ้าย
    • ขาขวา: (นอนหงาย เหยียดขาตรง ปลายเท้าแยกออกจากกันพอควร)
      • ท่าที่ 1 (ยกและงอเข่า): ยกขาขวาขึ้นสูงจากพื้นประมาณ 1 ฟุต ค่อยๆ งอเข่าทำมุมฉาก แล้วเหยียดขาตรงค้างไว้ นับ 1-3 แล้ววางขาลงบนที่นอน นับ 1 ทำซ้ำจนครบ 5 ครั้ง
      • ท่าที่ 2 (หมุนข้อเท้า): หมุนข้อเท้าขวาตามเข็มนาฬิกา ครบ 1 รอบ นับ 1 ทำซ้ำและนับจนครบ 5 รอบ
      • ท่าที่ 3 (กระดกข้อเท้า): กระดกข้อเท้าขึ้นเต็มที่ แล้วกดข้อเท้าขวาลงเต็มที่ นับ 1 ทำซ้ำและนับจนครบ 5 รอบ
      • ท่าที่ 4 (กระดกข้อนิ้วเท้า): กระดกข้อนิ้วเท้าขึ้นเต็มที่ แล้วกดข้อนิ้วเท้าขวาลงเต็มที่ นับ 1 ทำซ้ำและนับจนครบ 5 รอบ
      • ท่าที่ 5 (กางหุบนิ้วเท้า): กางนิ้วเท้าออกจากกันเต็มที่ นับ 1 และหุบกลับให้นิ้วชิดกันตามปกติ ทำซ้ำและนับจนครบ 5 รอบ
    • ขาซ้าย: ทำซ้ำท่าที่ 1-5 ตามลำดับ
  4. การพลิกตัว (Turning):
    • พลิกตัวไปด้านขวามือ:
      • นอนหงายราบ งอเข่าทั้งสองข้าง
      • กดส้นเท้าทั้งสองข้างลงบนที่นอน ยกสะโพกลอยขึ้นและวางสะโพกลงทางซ้ายของเตียง
      • ใช้ข้อศอกทั้งสองข้าง ดันยกส่วนลำตัว ไหล่มาทางซ้ายของเตียง
      • วางเท้าทั้งสองข้างให้เป็นระนาบเดียวกับลำตัวและสะโพกที่ขยับมาทางซ้ายของเตียงแล้ว เหยียดขาขวาตรง
      • ใช้มือขวาเอื้อมไปจับขอบเตียงด้านขวา เหวี่ยงตัวเองมาทางขวาช้าๆ จะได้ท่านอนตะแคงขวา
    • พลิกตัวไปด้านซ้ายมือ: ทำเช่นเดียวกับการพลิกตัวไปด้านขวา แต่ทำในทิศทางตรงข้าม (ขยับสะโพกและลำตัวมาทางขวาของเตียง เหยียดขาซ้ายตรง แล้วใช้มือซ้ายเอื้อมไปจับขอบเตียงด้านซ้าย เหวี่ยงตัวมาทางซ้ายช้าๆ)

การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัด (Get Out of Bed)

เมื่อผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายบนเตียงได้ครบถ้วน โดยไม่มีอาการหน้ามืด วิงเวียน ใจสั่น ความดันโลหิตหรือชีพจรไม่เปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ ควรเตรียมลงจากเตียง โดยพยาบาลจะประเมินความพร้อมและให้ความช่วยเหลือในการลุกจากเตียงครั้งแรก

ขั้นตอนการลงจากเตียง:

  1. เตรียมอุปกรณ์: พยาบาลจะจัดเก็บอุปกรณ์ที่คาอยู่กับผู้ป่วย (เช่น สายน้ำเกลือ ท่อระบายต่างๆ) ให้เข้าที่เรียบร้อย เพื่อป้องกันการถูกดึงรั้งหรือหลุดออก
  2. ปรับท่าทาง: หัวเตียงจะถูกปรับขึ้นสูง จนผู้ป่วยอยู่ในท่านั่ง
  3. ห้อยขาข้างเตียง: ให้ผู้ป่วยขยับตัว ห้อยขาทั้งสองข้างลงข้างเตียงในด้านที่สะดวก
  4. แกว่งขา: แนะนำให้แกว่งขาช่วงล่างทั้งสองข้างไปมา ประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปที่ปลายขา
  5. ยืนข้างเตียง: ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงจากเตียง มายืนข้างเตียง โดยจะมีพยาบาลยืนประคองอยู่ข้างๆ
  6. เริ่มเดิน:
    • หากรู้สึกใจสั่น หน้ามืด วิงเวียน ให้รีบแจ้งพยาบาลทันที
    • หากไม่มีอาการผิดปกติ ให้เริ่มก้าวเดินช้าๆ โดยอาจใช้เสาน้ำเกลือ หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน (Walker) เป็นหลักประคองตัว
  7. ระยะเวลาและระยะทาง:
    • การเดินวันแรกหลังผ่าตัด ไม่ควรหักโหม อาจเดินระยะสั้นๆ เช่น รอบเตียง ใช้เวลา 1-2 นาที
    • ในวันถัดไปจึงค่อยๆ เพิ่มระยะทางและระยะเวลา เช่น เดิน 3–4 ครั้งต่อวัน และเดินไปห้องน้ำหรือทางเดินหน้าหอผู้ป่วย

การลุกจากเตียงโดยเร็วหลังผ่าตัดเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นตัว ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *